| | |||||||
| ประกาศข่าวสารด่วน |
| เนื่องจากเพื่อนๆ ไม่สามารถเข้าติวพร้อมกันทุกคนได้ในเวลาเดียวกัน ทางทีมงานจึงได้้เปิดฟอรั่มสำหรับติวเพื่อนๆ ผ่านทางบอร์ด ITModclub ขึ้น ขอเชิญเพื่อนๆ เข้าร่วมการติว และปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่เรียน ได้ที่ฟอรั่ม Tutors Online ใครที่มีความรู้ความสามารถ ก็ขอให้ช่วยๆ กันติวเพื่อนๆ นะครับ รักเพื่อนกันมั้ย!!! อิอิ ^^" |
| | เครื่องมือหัวข้อ | Display Modes |
#1
#2
| Vista Tip #11: ทำการ Log On อัตโนมัติ ใน Vista ผู้ ที่ใช้ Vista แล้วไม่อยากใส่ Password ตอนเข้าวินโดวส์ เพราะใช้อยู่คนเดียวก็ไม่จำเป็นมี Password จะยกเลิกก็ทำได้ครับ ให้ทำตามนี้ 1.คลิกไอคอน Start แล้วพิมพ์คำว่า netplwiz ที่ช่อง Start Search กด enter 2.ที่ หน้าต่าง User Accounts ให้ติ๊กเอาเครื่องถูกที่ User must enter a user name and password to use this computer ออก คลิกที่ Apply 3.จะ มีหน้าต่าง Automatically Log On ขึ้นมา ให้คุณกรอก Password คุณ 2 ครั้ง คลิก OK ......บูตเครื่องใหม่วินโดวส์จะไม่ถาม Pasword อีกครับ Vista Tip #12: เซ็ทให้ XP บูตเป็นตัวแรกในกรณีติดตั้ง Vista แบบ Dual Boot Setup ใน กรณีที่คุณมี XP อยู่แล้ว และมาติด Vista เพื่อทดลองใช้เป็นแบบ 2 OS ในเครื่องเดียวกัน ปกติ Vista จะตั้งตัวมันเองเป็นบูตตัวแรกเสมอ แต่ผมก็มี วิธีทำให้ XP บูตเป็นตัวแรกได้ วิธีทำมี 2 วิธี แบบ GUI คือทำที่ Vista กับ แบบ DOS วิธีที่ 1 1.ให้คลิกที่ Start เมนู แล้วคลิกขวาที่เมนู Computer จะมีหน้าต่างใหม่ออกมาให้คลิกที่ Advanced system settings 2.ที่หน้าต่าง System Proprties ที่แท็บ Advancd ให้คลิกที่ Setting ของหัวข้อ Startup and Recovery 3.ที่หน้าต่าง Startup and Recovery ให้คุณดูที่ Default operating system: ใช้เม้าส์คลิกเลือก Earlier Version of Windows คลิก OK เมื่อบูตเครื่องใหม่ เครื่องก็จะบูต XP เป็นตัวแรกครับ
วิธีที่ 2 1.คลิกที่ Start แล้วพิมพ์คำสั่ง CMD ที่ช่อง Start Search แล้ว Enter 2.จะมีหน้าต่าง DOS ออกมา ให้คุณพิมพ์คำสั่ง bcdedit /default {ntldr} แล้ว enter เมื่อบูตเครื่องใหม่ เครื่องก็จะบูต XP เป็นตัวแรกครับ
Vista Tip #13: วิธีกลับมาใช้ XP สำหรับผู้ที่ติดตั้งแบบ Dual Boot อย่างถูกต้องและปลอดภัย ผู้ ที่จะทดลองใช้ Vista โดยติดตั้งคู่กับ XP โดยติดตั้งแบบ Dual Boot ผมบอกไว้ก่อนจะมีปัญหาในการจะกลับมาใช้ XP โดยที่ ไอ้เมนูที่ให้เลือกการบูต มันไม่หายง่ายๆ ครับ ถึงจะ format หรือ ลบ partition ที่ลง Vista ออกแล้ว เพราะการทำเช่นนั้นมันผิดวิธี ปกติ XP ทำ dual Boot กับตัวอื่น เช่น ME หรือ 98 เมื่อจะทำให้เหลือแค่ XP นั้นทำได้ง่าย เพียงไปแก้ไฟล์ Boot.ini แล้วตามลบ Partition ของ ME หรือ 98 ได้ แต่สำหรับ Vista ไม่ได้ครับ เพราะมันไม่ได้ใช้ Boot.ini เป็นตัวกำหนดOSในการบูต....วันนีผมเอาวิธีการที่ถูกต ้องมาบอก 1.ให้คุณบูตเครื่องและเลือกทำงานที่ XP 2.เอาแผ่น Vista ใสไว้ใน cd หรือ DVD ของคุณ (แผ่น setup ) 3.ไปที่ Start > Run พิมพ์คำสั่งตามนี้ X:\boot\bootsect.exe /nt52 ALL /force ( X: คือ CD ของคุณ) แล้ว Enter 4.เมื่อทำเสร็จแล้วก็บูตเครื่องใหม่ เมนูเลือก OS จะหายไปเครื่องคุณจะบูต XP แทนครับ คราว นี้ก็จะทำอะไรกับ partition ที่ลง Vista ก็ทำได้แล้วครับ .....อ้อ...เกือบลืมให้คุณย้ายไฟล์ Boot.BAK และ Bootsect.BAK ออกจาก ไดรฟ์ C: ที่ ลง XP ไปไว้ที่อืนด้วย มันเป็น backup file ของ Bootloader เดิมครับ >>>>ทิปเพิ่มเติม <<<<< เอา Vista กลับมา ใน กรณีที่คุณเปลื่ยนใจอยากเอา Vista กลับมา แต่คุณต้องยังไม่ไปทำอะไรกับ Partition ที่ลง Vista นะครับก็ให้คุณทำวิธีเดิม เพียงแต่เปลื่ยน option ของ คำสั่งจาก X:\boot\bootsect.exe /nt52 ALL /force มาเป็น X:\boot\bootsect.exe /nt60 ALL /force เท่านี้ Vista ก็จะกลับมาเหมือนเดิมครับ Vista Tip 14: มาทำ Boot Screen ในแบบของคุณใน Vista คุณ ที่ใช้ Vista มาสักระยะ เคยนึกเบื่อไอ้หน้า boot screen ดำๆ และอยากจะเปลื่ยนมันให้เป็นภาพที่ถูกใจของคุณ เช่น เด็ก หรือ กิ๊ก ที่ดูน่าสดใจกว่า หรือไม่ถ้าอยากรู้ว่าทำอย่างไรตามมา เลยครับ >>>คำเตือนก่อนทำ<<< ทิปนี้ เป็นทิปที่อันตรายนิดๆ เพราะการที่จะไปยุ่งกับไฟล์ระบบของ Vista ฉนั้นควรทำอย่างระมัดระวัง อ่านให้เขัาใจและทำตามทุกครั้งตอน...ถ้าคุณทำ ผลาดผมไ ม่รับ ผิดชอบการกระทำของคุณๆ นะครับ แต่รับรองใช้ได้ผลแน่นอนเพราะได้ทดลองทำหลายครั้งแล้ ว 1.ก่อนอื่นต้องไปโหลดไฟล์ที่ช่วยในการทำได้แก่ Vista Boot Logo Generator 1.1 ไปโหลดได้ที่นี่ >>http://www.btinternet.com/~danieldsmith/VistaBootLogoGeneratorSetup.exe<< แล้วติดตั้งตามปกติ 2.ให้คุณเตรียมรูปภาพที่คุณต้องการโดยรูปภาพนั้นต้อง มีขนาด 800x600 และ 1024x768 ทั้งสองภาพต้องมีความละเอียดของสี 24 bit และเป็น ตระกูล BMP 3.ให้ คุณไปที่ C:\windows\system32\en-US\ และหาไฟล์ชื่อ winload.exe.mui ซึ่งเป็นไฟล์เป้าหมายของงานนี้ ทำการก๊อปปี้เก็บไว้ที่ปลอดภัยก่อน ป้องกัน ความผิดผลาด หรือในอนาคตคุณอาจจะทำให้กลับเหมือนเดิมก็เอาไฟล์ใช้ ได้ 4.ลง มือทำกันเลย ให้คุณเรียกโปรแกรม Vista Boot Logo Generator ขึ้นมา วิธีก็ให้คลิกขวาที่ไอคอนของโปรแกรม เลือก Run as Administrator 5.เมื่อ เปิดโปรแกรมออกมาจะมีหน้าต่างมา 2 ช่อง ให้คุณคลิกที่ Browse for image เพื่อไปหาไฟล์ภาพทีคุณเตรียมไว้ก่อนแล้ว เอาให้ถูกไฟล์นะ ครับ800x600 หรือ 1024x768 เอาให้ถูกช่องใครช่องมัน 6.เมื่อ ได้รูปภาพมาแล้วทั้งสอง ให้คลิกที่เมนู File เลือก Save Boot Screen File As....จะเซฟเป็นชื่อ winload.exe.mui เก็บที่เก็บไฟล์ชั่วคราวก่อน 7.คราว เป็นส่วนสำคัญแล้วครับ คุณต้องก็อปไฟล์ที่ได้ตามข้อ 6 ทับไฟล์เดิมของวินโดวส์ แต่มีปัญหาคือไฟล์นี้เป็นไฟล์ระบบไฟล์หนึ่ง ตัววินโดสว์จะ ไม่ย่อมให้ไปทำอะไรกับไฟล์นี้ ฉะนั้นคุณต้องจัดการให้มันย่อมก่อน วิธีการคือ การทำ Ownership โดยเปิด Administrator command prompt ให้คลิกที่ Start และพืมพ์คำว่า CMD ที่ช่อง Start Search และกดคีย์ Ctrl+Shift+Enter 8.ที่หน้าต่าง command prompt ให้คุณพิมพ์คำว่า takeown /f C:\Windows\System32\en-US\winload.exe.mui แล้ว Enter ถ้าถูกต้องมันจะ ตอบว่าSuccess และต่อด้วยตำแหน่งของไฟล์ winload.exe.mui 9.ต่อไปให้พิม์คำว่า cacls C:\Windows\System32\en-US\winload.exe.mui /G ?????:F (ตรง ????? ให้พิมพ์ชื่อ Logon ก็คือ Username ของ คุณ)มันจะ Are you sure ให้ตอบ Y
10. เมื่อถึงขั้นตอนนี้ก็ก็อปปี้ได้แล้วครับ ให้คุณเอาไฟล์ winload.exe.mui ที่คุณทำเก็บไว้ (ตามข้อ6) มาก็อปปี้ทับไฟล์เดิมของวินโดวส์ ที่โฟลเดอร์ นี้C:\windows\system32\en-US\ ย้ำนะครับต้องก็อปทับนะครับ วินโดวส์มันถามให้คุณเลือก Copy and Replace 11. อีกขั้นตอนเดียวครับ คราวนี้ให้คุณเปิด MSconfig ขึ้นมาโดยไปที่ Start และพิมพ์ msconfig ที่ช่อง Start Search และ Enter ที่หน้าต่าง System Configurationไป ที่แท็บ Boot ติ๊กเครื่องถูกที่ No GUI boot คลิก Apply และ OK แล้วก็บูตเครื่องใหม่ คุณก็จะพบ boot screen เป็นภาพที่คุณต้อง การ >>>>การแก้กลับให้เหมื่อนเดิม<<<< ก็ทำการ Ownership แบบที่กล่าวมาแล้ว ให้เอาไฟล์ winload.exe.mui ต้นฉบับมาก๊อปทับแล้วบูตเครื่องก็ใช้ได้ Vista Tip #15:เอาลูกศรที่ shortcut ออก สำหรับ Vista ปกติไอคอนของ Vista มันสวยมาก แต่มันมีลูกศรมาบัง ไอคอนซ๊อตคัด ทำให้หมดสวยไปบ้าง เมื่อรำคาญก็เอามันออกซะ 1.ให้คุณไปโหลดไฟล์นี้ Blacnk.zip ที่นี่ http://www.4shared.com/file/11189624...498/Blank.html เมื่อโหลดมาแล้วให้ขยายไฟล์จะได้ ไฟล์ blank.ico ให้ก็อปปี้เอาที่ C:Windows 2.แก้ regedit เล็กน้อย โดยโหลดไฟล์นี่ http://www.4shared.com/file/11189623...HideArrow.html ขยายไฟล์แล้วจะได้ไฟล์ HideArrow.reg ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ ตอบ Yes และ OK 3.บูตเครื่อง หรือ log off เครื่อง เมื่อเข้าวินโดวส์อีกครั้ง ลูกศรที่ไอคอนก็จะหายไป Vista Tip #16:มาสร้าง Shortcut เรียก Flip 3D เพื่อความสะดวก เอาวิธีเรียก ฟังก์ชั่น Flip 3D มาใช้งานแบบง่ายๆ 1.ให้คุณคลิกทีว่างๆ ของ desktop เลือก New และ Shortcut 2.ที่ช่อง Type the location of thr item: พิมพ์คำว่า RunDll32 DwmApi #105 คลิก next 3.ใส่ชื่อตามใจคุณที่ช่อง Type a name for this shortcat: คลิก Finish 4.คุณ ก็จะได้ Shortcut เอาไว้เรียก Flip 3D ได้ ดับเบิลคลิกครั้งก็เรียกขึ้นมาใช้ดับเบิลอีกครั้งก็ป ิด Flip 3D และคุณสามารถเอา Shorcut นี้ไปไว้ที่ ไหนก้ได้เรียกได้ทุกที Vista Tip #17:ซ่อน Text ใต้ไอคอนที่หน้า Desktop ของ Vista ปกติไอคอนของ Vista มันสวยอย่างที่ผมเคยบอกมาแล้ว ถ้าจะให้สวยขึ้นอีกก็เอาลูกศรออก และจะให้สะอาดตาอีกก็ต้องเอาตัวอักษรใต้ไอคอนออก ซะ วิธีก็ง่ายๆ ครับ -ให้ คุณคลิกขวาที่ไอคอนเลือก Rename แล้วให้คุณกดคีย์ Alt+160 คือกด Alt ค้างไว้แล้วกดคีย์ตัวเลขที่แป้นตัวเลขขวามือของคีย์บ อร์ด 160 มัน จะมีตัวอักษรว่าง ที่มองไม่เห็นแทน (บางตำราบอกตัวเลข 255 แต่ผมลองแล้ว 255 จะเป็นจุดแทน " . " ) -คุณจะทำได้ไอคอนเดียวครับ พอไอคอนที่ 2 มันไม่ย่อมบอกว่ามีชื่อนี้อยู่แล้ว วิธีแก้ก็ให้คุณ Alt+160 ซ้ำ สำหรับไอคอนตัวต่อไป ตัวอย่าง ไอคอน 1 กด Alt+160 และ enter ไอคอน 2 กด Alt+160 ปล่อยมือแล้วกด Alt+160 แล้ว Enter ( Alt+160, Alt+160 ) ไอคอน 3 กด Alt+160 ปล่อยมือแล้วกด Alt+160 ปล่อยมือแล้วกด Alt+160 แล้ว Enter ( Alt+160,Alt+160,Alt+160 ) ไอคอน 4 กด Alt+160 ปล่อยมือแล้วกด Alt+160 ปล่อยมือแล้วกด Alt+160 ปล่อยมือแล้วกด Alt+160 แล้ว Enter ( Alt+160,Alt+160,Alt+160,Alt+160 ) ไอคอนตัวต่อๆ ไป ก็กด Alt+160 เพิ่มไปอีก ......มีไอคอนตัวหนึ่งใช้วิธีนี้ไม่ได้ต้องแก้ที่ Registry แทน ได้แก่ Recycle Bin Vista Tip #18:เอาเมนู RUN บน Start Menu กลับมา Vista ตัวนี้จะทำช่อง Start Search มาให้แทนเมนู Run ซึ่งก็สะดวกดีครับ แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกันคือมันไม่จำค่าที่คุณกรอกเข ้าไป บางครั้งคุณต้อง การ จะใช้ข้อความเก่า คุณต้องพิมพ์ทั้งหมด แต่ในเมนู Run ที่อยู่ใน XP มันจำคำเก่าที่คุณพิมพ์ไปได้ทำให้สะดวกไม่ต้องพิมพ์ใ หม่ทั้งหมดถ้าคุณ ถนัดแบบเก่าก็เอามันออกมาใช้งานได้ค รับ Vista เอามันไปซ่อนไว้ 1.ให้คลิกขวาที่ taskbar เลือก Properties 2. คลิกที่ Start Menu แท็บ คลิกที่ Customize 3.แล้ว Scroll ที่ List รายการ หา Run command ติ๊กเครื่องหมายถูก คลิก OK เมนู Run ก็จะออกมา
Vista Tip #19: มาเพิ่มประสิทธิภาพ Vista ด้วย ReadyBoost (ย้าย Paging File มาไว้ที่ FlashDrive) Vista นั้นมี feature ใหม่ๆมาให้ใช้มาก หนึ่งในนั้นได้แก่ ReadyBoost .....มาทำความเข้าใจกับ Featureก่อนว่ามันคืออะไรและมีประโยชน์อะไร บ้าง Ready Boost....ออกแบบมาเพิ่มช่วยคอมรุ่นเก่า (ที่ยังพอลง Vistaได้....รุ่นใหม่จะใช้ก็ได้ไม่ผิดกติกา)ให้มางาน กับVistaให้เร็วขึ้นดีขึ้นโดยช่วง เร่งสปิด ของ memory ให้เร็วขึ้นคือถ้าคอมของคุณมี RAM ที่น้อยแต่มีโปรแกรมที่ต้อง Run มาก วินโดวส์จะทำการใช้ Memory ชั่วคราวโดยใช้พื้นที่ harddisk ที่เรียกว่า paging file ตาม ที่ คนที่ใช้วินโดสว์รู้กันอยู่แล้ว คราวมาดูว่ามันจะช่วยอย่างไร ReadyBoost ต้องการผู้ช่วยในการนี้ นั้นก็คือ FlashDrive หรือ USB Drive (แล้วแต่คุณ จะ เรียก)โดยจะทำการเขียน paging file หรือไฟล์ชั่วคราว ไว้ที่ FlashDrive แทน เพราะตามที่ทราบอยู่แล้วว่า Flashdrive มันทำงานด้วย Electronic ไม่ ได้ทำงานแบบกลไกเหมือน Harddisk มันจึงอ่านเขียนข้อมูลได้เร็วกว่าครับ ....คงเข้าใจแล้วนะครับว่าช่วยคอมได้อย่างไร และก็เป็นลดภาระการ ทำงานของ Harddiskด้วยช่วยยืดอายุของ harddisk ไปด้วย >>เงื่อนไขของ FlashDrive<< 1.ต้องมีพื้นเหลือใน Flashdrive อย่างน้อย 64 MB 2.FlashDrive จะต้องเป็น 2.0 (จะแบบธรรมดาหรือ Hi-Speed ก็ได้...ถ้า Hi-Speed ยิ่งดีเห็นผลได้ชัดเจน) 3.ความเร็วอ่านข้อมูลของ Flashdrive ที่ย่อมรับได้ 3.5 MB/s 4.ความเร็วเขียนข้อมูลของ Flashdrive ที่ย่อมรับได้ 2.5 MB/s >>วิธีทำ<< 1.เสียบ FlashDrive เข้ากับคอม 2.เปิด Windows Explorer แล้วคลิกขวาที่ FlashDrive เลือก Properties 3.ถ้า Flashdrive ของคุณ Support คุณจะเห็นแท็บ ReadyBoost ให้คลิกที่แท็บนี้ 4.ให้ติ๊กเลือก Use this device ปกติวินโดวส์จะคำนวณพื้นที่ให้คุณเอง แต่คุณก็สามารถปรับแต่งได้ครับ (ดูที่รูป) 5.คลิก OK คุณก็สามารถใช้ ReadyBoost ได้เลยครับ 6.ถ้า จะยกเลิกก็ให้คลิกที่ Do not use this device วินโดวส์ก็จะลบ Paging File ทิ้ง พื้นที่ของ FlashDrive ก็จะคืนมา...และวิธีนี้ถึงปิดเครื่องแล้ว บูตFeature ก็ยังอยู่ ถ้าคุณยังไม่ไปยกเลิกการใช้ที่ FlashDriveหรือลบไฟล์ชั่วคราวที่วินโดวส์เขียนไว้ที่ FlashDrive Vista Tip #20:เพิ่มความเร็วให้ Aero วิธีที่ 1 ปิด Transparent Glass เจ้า Transparent Glass คุณสมบัติตัวหนึ่งที่อยู่ในเทคนิด Aero ของ Vista ซึ่งเป็นตัวทำให้ Vista ดูสวยงามดูเป็นเหมื่อนกระจกมองดูทะลุไปด้านหลัง แต่ สำหรับคอมบางเครื่องที่ใช้ การ์ดจอสเปคไม่สูงนักจะเป็นงานหนักสำหรับการจอที่จะร ัน Transparent Glass ได้รวดเร็ว ซื่งทำให้การทำงานรวม ของคุณสมบัติอื่นๆที่อยู่ใน Aero ช้าไปด้วย เช่น การทำ Flip 3D หรือ Taskbar Thumnails ฉะนั้นปิดมันซักดีกว่า วิธีก็ตามนี้ 1.คลิกขวาที่ Desktop และเลือก Personalize 2.คลิกที่ Windows Color and Appearance 3.ติ๊กเอาเครื่องหมายถูกที่ Enable Transparency ออก คลิก OK
วิธีที่ 2 ปิด min/max animations คุณสมบัติ Animations ก็เป็นอีกตัวหนึ่งในเทคนิด Aero แต่ก็ทำให้ช้ามาก กว่าจะ minimize และ maximize หน้าต่าง window แต่ละที อยากให้เร็ว ก็ปิดมันได้ครับ คุณๆจะเห็นการทำงานที่เร็วขึ้นเมื่อเรียกหน้าต่างวิน โดวส์แต่ละหน้าขึ้น 1. แบบปกติ ให้คลิกที่ Start แล้วคลิกขวาที่ Computer เลือก Ptoperties คลิกที่ Advanced system settings คลิก seting ที่หัวข้อ Perfomance แบบเร็ว ให้คลิกที่ Start ที่ช่อง Start Search ให้พิมพ์คำว่า SystemPropertiesPerformance แล้ว Enter 2.ที่แท็บ Visual Effects ให้คุณเอาเครื่องหมายถูกออกจาก Animate windows when minimizing and maximizing 3.คลิก OK | |||||||||||
| | |||||||||||
| | |
#3
| Vista Tip #21:Reliability and Performance Monitor Windows Vista ได้ปรับปรุง Performance Monitor เพื่อจะดูการทำงานส่วนต่างของ Vista ได้ง่ายขึ้นและละเอียดมากกว่า WindowsXP วิธีเรียกมา ดูผมจะบอกแบบง่ายไม่ต้องไปตามขั้นตอนปกติ -คลิก ที่ Start ที่ช่อง Start Search พิมพ์คำสั่ง Performance Monitor แล้ว Enter เท่านี้ก็จะได้ Performance Monitor มันมีอะไรให้ดูเยอะครับ ลองดูนะครับ
Vista Tip #22:สร้าง shortcut เพื่อ clear...history และ Temporary Internet Files ใน IE7 ปกติ ผมเป็นคนที่ไม่ใช้ Browser IE เพราะไม่ได้ท่องเน็ตด้วย IE มานานแล้วก็ตั้งแต่เวอร์ชั้น 5 มาเลยครับ แต่ก็ไม่ใช่ไม่รู้เรื่อง IE เลยนะครับก็ศึกษาอยู่ ใน Vista จะให้ Browser IE7 เวอร์ชั่นล่าสุดมาให้ ก็เลยหาทิปสำหรับ IE7 มาให้อ่านบ้าง เมื่อ คุณใช้ IE ท่องเน็ตมันจะเก็บค่าต่างๆ ไว้ ได้แก่ Temporary Internet Files Cookies History Form Data และ Passwords ที่คุณกรอก ด้วยปกติ คุณ สามารถลบไฟลืพวกนี้ที่ตัว IE ได้อยู่แล้ว แต่สิ่งผมจะนำเสนอก็คือ คุณสามารถทำ Shortcut ลบเป็นอย่างๆ หรือทุกอย่างได้ตามความต้องการ ของคุณ 1.คลิกขวาที่ desktop เลือก new และ Shortcut 2.ที่ ช่อง Type the ;ocation of the item: ก็ให้ใส่ คำสั่งแต่ละตัวตามความต้องการของคุณว่าจะลบอะไรบ้าง (ใส่ได้คำสั่งเดียวนะครับเลือกเอา) # Clear Temporary Internet Files: คำสั่งที่ต้องพิมพ์ : RunDll32.exe InetCpl.cpl ClearMyTracksByProcess 8 # Clear Cookies: คำสั่งที่ต้องพิมพ์ :RunDll32.exe InetCpl.cpl ClearMyTracksByProcess 2 # Clear History: คำสั่งที่ต้องพิมพ์ :RunDll32.exe InetCpl.cpl ClearMyTracksByProcess 1
3.คลิก Next แล้วใส่ชื่อตามใจคุณ ที่ช่อง Type aname for this shortcut คลิก Finish การ ใช้งานคุณต้องใช้ตัวไหนก็ดับเบิลที่ตัวนั้น เอามันเก็บไว้ที่ Quick Launch หรือ จะเอาไปไว้ที่ Startup Folder เพื่อให้ ทำงานอัตโนมัติทุกครั้งที่ วินโดวส์ Startup ครับ # Clear Form Data: คำสั่งที่ต้องพิมพ์ :RunDll32.exe InetCpl.cpl ClearMyTracksByProcess 16 # Clear Saved Passwords: คำสั่งที่ต้องพิมพ์ :RunDll32.exe InetCpl.cpl ClearMyTracksByProcess 32 # Delete All: คำสั่งที่ต้องพิมพ์ :RunDll32.exe InetCpl.cpl ClearMyTracksByProcess 255 # Delete All และ Clear Add-ons Settings: คำสั่งที่ต้องพิมพ์ :RunDll32.exe InetCpl.cpl ClearMyTracksByProcess 4351 Vista Tip #23: เพิ่ม "Open with Notepad" ที่เมนูคลิกขวา ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเปิดไฟล์ Text หรือไฟล์ที่ไม่รู้จักด้วย Notepad เพิ่ทความสะดวกทำเป็นเมนูคลิกขวาใช้เลยครับ เพียงแค่เอา mouse คลิ กขวาที่ไฟล์ก็มีเมนู เปิด ด้วย Notepad ครับ .....ให้คุณก็อป script ข้างล่างไปปะที่ notepad แล้วเซฟไฟล์ .REG ตัวอย่างชื่อ NotePadRight.REG แล้วก็ดับเบิลคลิกที่ ไฟล์ ตอบ yes และ ok เท่านี้คุณก็จะได้เมนูคลิกขวาด้วย Notepad เพิ่มมาหนึ่งตัว Windows Registry Editor Version 5.00 [HKEY_CLASSES_ROOT\*\shell\Open with Notepad] @="" [HKEY_CLASSES_ROOT\*\shell\Open with Notepad\command] @="notepad.exe %1" Vista Tip #24:Shortcut เปิด Task manager ถ้า คุณที่ใช้ XP การเปิด Task manager คุณจะใช้ CTRL + ALT +DEL เปิดสะดวก แต่สำหรับ Vista ใช้ไม่ได้ครับ ถ้ากดคีย์นี้มันจะเปิดหน้าต่างให้ คลิกอีก ซึ่งช้าครับ ผมให้คุณเปลื่ยนคีย์กดใหม่ให้คุณใช้ CTRL + Shift + ESC ก็เรียก Task manager โดยตรงไม่ต้องผ่านเมนูหรือคลิกที่ไหนอีก Vista Tip #25: มาทำ OEM Logo ของตัวเองสำหรับ Vista เมื่อ กล่าวถึง OEM Logo คนที่ใช้ XP จะรู้อยู่แล้วที่มันอยู่ properties ของ my computer ถ้าเป็นของ XP นั้นง่ายมากครับ จะทำเองหรือมีใช้ โปรแกรมที่เขียนมาเพื่อการนี้ช่วยก็ ได้ แต่ สำหรับ vista ยังไม่มีโปรแกรมครับ และวิธีทำก็ไม่เหมื่อน XP ด้วย ผมพยายามหาวิธีอยู่นานเหมื่อนกัน...ทดลองแก้ registry อยู่นานก็ประสพ ความสำเร็จ เมื่อทำได้แล้วไม่ห่วงวิชา เอามบอกเพื่อนๆ ทำบ้าง ตามมาเลย
1.ให้คุณเตรียมรูปที่คุณต้องการทำ รูปนั้นต้องมีขนาดไม่เกิน 120 X 120 Pix เป็น bmp format และให้ชื่อว่า oemlogo.bmp 2.เอารูปที่ทำไว้แล้วไปไว้ที่ C:Windows\System32 3.เปิด registry ขึ้นมา (พิมพ์คำว่า regedit ที่ start search แล้ว enter) แล้วไปตามเส้นทางนี้ HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\Curr entVersion\OEMInformation เมือมาถึง OEMInformation ให้คุณดูที่ขวามือของหน้าต่าง ทำการสร้างคีย์ต่างตามนี้ Logo Manufacturer Model SupportHours SupportPhone SupportURL วิธีสร้างก็ให้คลิดขวาที่ว่างๆด้านขวาเลือก New > String Values (ไม่จำเป็นต้องสร้างทุกคีย์ อยู่ที่ความต้องการของคุณ)
4.เมื่อ สร้างครับทุกคีย์แล้ว ก็มาถึงการใส่ข้อมูลครับ ให้คุณดับเบิลที่คีย์จะมี่หน้าต่าง Edit String ให้คุณกรอกข้อมูลที่ช่อง Value Data
Logo :ข้อมูลที่กรอก: C:\Windows\system32\oemlogo.bmp (ตำแหน่งที่คุณเก็บ logo ตามข้อ 2) Manufacturer :ข้อมูลที่กรอก: ตามความต้องการของคุณ Model :ข้อมูลที่กรอก: ตามความต้องการของคุณ SupportHours :ข้อมูลที่กรอก: ตามความต้องการของคุณ SupportPhone :ข้อมูลที่กรอก: ตามความต้องการของคุณ SupportURL :ข้อมูลที่กรอก: ตามความต้องการของคุณ 5.ปิด regedit แล้ว Logoff หรือ restart เครื่อง 6.มาดูผลงานของคุณ ให้ไปที่ คลิกที่ปุ่ม start แล้วคลิกขวาที่ Computer เลือก Properties
Vista Tip #26:สร้างเมนู Copy To / Move To ที่เมนูคลิกขวา เพื่อ ความสะดวกในการที่คุณๆจะ copy หรือ move file สำหรับ vista เลยเอาวิธีทำมาบอก ให้คุณก็อป script ข้างล่างไปปะที่ notepad แล้วเซฟเป็น ไฟล์ ที่มีตระกูลเป็น ***.REG แล้วก็ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ ตอบyes และ ok เท่านี้คุณก็จะได้เมนูคลิกขวา Windows Registry Editor Version 5.00 [HKEY_CLASSES_ROOT\AllFilesystemObjects\shellex\Con textMenuHandlers] [HKEY_CLASSES_ROOT\AllFilesystemObjects\shellex\Con textMenuHandlers\Copy To] @="{C2FBB630-2971-11D1-A18C-00C04FD75D13}" [HKEY_CLASSES_ROOT\AllFilesystemObjects\shellex\Con textMenuHandlers\Move To] @="{C2FBB631-2971-11D1-A18C-00C04FD75D13}" Vista tip #27: มาตั้ง Limit จำนวนของหน้าต่างที่แสดงผล Flip3D คุณสมบัติ Flip3D มันสวยและดูเท้ แต่ถ้าคุณๆเปิดหน้าต่างหลายๆ หน้าต่าง คุณจะรู้สึกได้ว่าเครื่องทำงานช้าลง ยิ่งถ้าการ์ดจอต่ำๆ ยิ่งเป็นมากขึ้น ทิป นี้ผมเอาวิธี กำหนด หน้าต่างที่จะแสดงผลแบบ Flip3D เพื่อไม่ให้เครื่องทำงานหนักเกินไป 1.เปิด registry editor ขึ้นมา (พิมพ์ Regedit ที่ start search แล้ว enter) 2.ไปตามเส้นทางนี้ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\WindowsDWM 3.ให้คุณสร้างคีย์ใหม่โดยคลิกขวาที่ว่งของด้านขวาของ หน้าต่าง เลือก New>DWORD (32-bit) Value ตั้งชื่อว่า Max3DWindows
4.ให้ ดับเบิลคลิกที่คีย์นี้ เพื่อตั้งค่า ให้คุณติ๊กที่ Decimal แล้วใส่ค่าตัวเลขที่ Valve data โดยค่าที่แนะนำคือ 5 สำหรับการ์ดจอคุณภาพต่ำ และ 10 สำหรับการ์ดจอคุณภาพสูง เสร็จแล้วปิด registry บูตเครื่องใหม่
Vista Tip #28: เอาคำสั่งของ NVDIA Display ที่เมนูคลิกขวาออก สำหรับ คนที่ใช้การ์ดจอของ NVDia เมื่อติดตั้งไดรเวอร์ มันจะสร้างเมนูให้เรียกทำงานเมื่อคลิกขวาที่ desktop แต่บ้างท่านไม่ได้ใช้หรือเห็นว่ามัน เกะกะลูกตาจะเอาม ันออก ก็ได้ครับ ทำตามนี้ 1.เปิด registry editor ขึ้นมา (พิมพ์ Regedit ที่ start search แล้ว enter) 2.ไปตามเส้นทางนี้ HKEY_CLASSES_ROOT\Directory\Background\shellex\Con textMenuHandlers\NvCplDesktopContext 3.คลิกขวาที่คีย์ NvCplDesktopContext แล้วเลือก delete ทิ้งครับ.....ออกจาก regedit แล้วมาดูผลงาน Vista Tip #29: สร้าง Shortcut ของ Dial-up connection ไว้ที่ Deasktop คุณ ที่ใช้ Vista แลใช้การต่อเน็ตแบบ Dial-up จะเจอกับปัญหาการต่อแต่ละครั้งขั้นตอนมากคือต้องไปที ่ Start>Connect to และต้องคลิกเม้าส์อีก หลายที่ คราวจะหาทางเอา มันมาอยู่ที่ Desktop ก็หาทางไม่ได้ (สำหรับมือใหม่) มันยาก ไม่เหมื่อน XP มันง่ายมาก ผมเอาวิธีมาบอก 1.ให้คุณเปิด Control Panel (ในรูปแบบ Classic View) ออกมา
2.คลิกที่ Network and Sharing Center แล้วให้คุณดูที่ด้านซ้ายมือ คลิกที่ Manage network connections
3.คุณ จะเห็นไอคอน Dial-up ของคุณ ในตัวอย่างผมใช้ของ TOT ให้คลิกขวาที่ไอคอนนี้เลือก Create Shorcut จะมีหน้าต่างถามว่าจะเอา Shortcut ไว้ที่ Desktop ตอบ Yes ครับ Shortcut ที่คุณต้องการก็จะอยู่ที่ Desktop แล้วครับ Vista Tip #30: มาตั้งให้ Vista ใช้ความสามารถของ L2 Cache memory ให้ถูกต้อง โดย ปกติ CPU จะมี Cache menory หรือ L2 ติดมาด้วยทุกตัวไม่ว่าจะเป็น AMD หรือ Intel และจะมีมากมีน้อยต่างกัน แล้วเจ้า L2 มันมีประโยชน์ อะไรหรือ L2 มันก็คือ หน่วยความจำแรม (RAM) ที่อยู่ที่ตัว core หรือแกนของ CPU มันทำหน้าที่เหมือนกับแรมที่อยู่ที่เมนบอร์ด คือเก็บข้อมูลเพื่อส่งให้ CPU ประมวลผล แต่ที่มันดีกว่าแรมที่อยู่ที่บอร์ดเพราะมันอยู่ที่แก นเดียวกับ CPU ทำให้ส่งข้อมูลได้เร็วกว่ามาก สรุปง่ายๆ การที่CPU ตัวไหนมี L2 มากๆ จะทำให้ระบบ สามารถเก็บ ข้อมูลที่ CPU ต้องใช้ในการประมวลผลได้มากขึ้น ทำให้ใช้เวลาในการค้นหาข้อมูลน้อยลง ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมของระบบดีขึ้นด้วย แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ vista มันไม่ได้ใช้ L2 ให้เป็นประโยชน์เลย ผมจะมาบอกวิธีที่ทำให้ Vista ได้ใช้ประโยชน์ของ CPU ให้คุ้มค่า 1. ให้คุณพิมพ์คำว่า Regedit ที่ Start Search แล้ว Enter เพื่อเรียก Registry editor มาทำงาน 2. ให้คุณไปหาคีย์ตามเส้นทางนี้ HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Contro l\Session Manager\Memory Management 3. ให้คุณมองทางขวาของหน้าต่างหาคีย์ SecondLevelDataCache ให้สังเกตดูมันจะมีค่าเป็น 0 (0x00000000 (0) ซึ่งแสดงว่า Vista ไม่ได้ใช้ ประโยชน์ของ L2 (เสีย ดายครับ CPU ราคาก็แพง.....ใช้ไม่คุ้มค่า) ให้คุณดับเบิลที่คีย์นี้เพื่อกำหนดค่า Cache หรือ L2 ให้ถูกต้อง โดยใส่ค่าตัวเลขที่ช่อง Value data: ตามที่ CPU ของคุณ มี L2 อยู่เท่าใด 4. ค่าที่ใส่จะเป็นแบบ Hexadecimal ตามนี้ 256 KB : 100 hex 512 KB : 200 hex 1024 KB : 400 hex 2048 KB : 800 hex
สำหรับคุณๆ ที่ไม่รู้ว่า CPU ของตัวเองมี L2 เท่าไร ให้ไปดาวน์โหลดโปแกรมที่ชื่อ CPU-Z มาใช้ได้ที่นี่ http://www.cpuid.com/ ตัวอย่าง CPU ของผม Notebook ใช้ AMD | |||||||||||||||||||||||||
| | |||||||||||||||||||||||||
| | |
#4
| Vista Tip #31: จัดการกับ username และ Password ด้วย Utility ที่ Vista มีอยู่ Windows Vista ออกแแบบมาให้เก็บชื่อ Password โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าคุณจะ login ใช้ Messenger Live หรือ เอพพิเคชั่นต่างๆ มันจะเก็บไว้หมด แต่คุณๆ สวนใหญ่ไม่ทราบว่าเก็บไว้ที่ไหนหรือจะเอามาบริหารอย่ างไร เช่น จะ remove หรือ Blackup หรือแก้ไขมันอย่างไร.....ตามผมมา -ให้คลิกปุ่ม Start ที่ Start Search พิมพ์คำว่า Control keymgr.dll แล้ว Enter คุณก็จะเรียกมันมาใช้งานได้แล้วครับ Vista Tip #32: เล่นเกมของ Vista แบบ Full screen โดย ปกติเกมที่มากับ Vista ทุกเกม เวลาเรียกขึ้นมาเล่นจะแสดงผลแบบวินโดวส์ ไม่เป็นแบบ Fullscreen บ้างท่านอาจจะไม่ชอบดูแล้วไม่เต็มจอ ถ้า คุณๆ จะ ให้ได้แบบเต็มจอทุกครั้งที่เรียกขึ้นมา ให้ทำตามนี้ครับ 1.คลิกที่ Start > All programs > Game > และคลิกขวาที่เกมที่คุณต้องการ เลือก Properties 2.ที่หน้าต่าง Properties ให้คุณดูที่ Target ให้คุณเพิ่ม -mce ต่อท้ายเข้าไป ตามตัวอย่าง "%ProgramFiles%\Microsoft Games\chess\chess.exe" -mce 3.คลิก OK ต่อไปนี้ถ้าคุณเรียกเกมนี้จากเมนู start เกมก็จะแสดงผลแบบเต็มจอขึ้นมาทุกครั้ง Vista Tip #33: ยกเลิกหรือซ่อน Notification ใน Vista Taskbar Notification คืออะไรอยู่ตรงไหนหรือ......มันก็คือจุดที่รวมโปรแกร มที่วินโดวส์ run อัตโนมัติหรือโปรแกรมที่อยู่ที่ Startup เช่น พวก anti-virus , Windvd ,Battery Monitor ที่ อยู่มุมขวาติดกับนาฬิกาครับ คุณบ้างท่านไม่อยากให้มีจะด้วยมันเกะกะดูไม่สวย หรือกลัวคนอื่นรู้ว่า run โปรแกรมอะไรไว้บ้าง ก็สามารถเอาออกได้ ครับ 1.ให้คุณพิมพ์คำว่า gpedit.msc ที่ช่อง Start Search แล้ว Enter เพื่อเรียก Group Policy ขึ้นมาทำงาน 2.เมื่อหน้าต่าง Group Policy ขึ้นมาแล้วให้ไปตามนี้ User Configuration> Administrative Templates> Start Menu and Taskbar 3.ให้ดูด้านขวาของหน้าต่างหาคีย์ Hide the Notification Area ดับเบิลที่คีย์นี้
4.ที่หน้าต่าง Hide the notification area Properties ให้ติ๊กเครื่องหมายที่ Enabled แล้ว คลิก OK 5.Log off ออกมา เมื่อเข้าวินโดวส์ใหม่คุณจะเห็นแต่นาฬิกาเลือกอยู่นอ กนั้นหายหมดครับ Vista Tip #34: หยุดฟังก์ชั่น hibernation และลบ hiberfil.sys เพื่อประหยัดพื้นที่ คุณๆ ที่ใช้ XP จะรู้จัก hibernation มันก็คือฟังก์ชั่นที่เก็บข้อมูลการทำงานของโปรแกรมที ่คุณๆใช้อยู่ เมื่อใช้ฟังก์ชั่นนี้เมื่อคุณปิดเครื่อง พอเปิดมา ใหม่มันก็จะมาในตำแหน่ง ล่า สุดที่คุณใช้งานไม่ว่าจะใช้โปรแกรมอะไรอยู่หรือเป ิดไฟล์ไหนอยู่ก็จะกลับทำงานได้ต่อเนื่องไปโดยมันจะสร ้างไฟล์ชั่งคราวชื่อ hiberfil.sys เก็บ ข้อมูลทั้งหมดไว้ ใน Vista ก็มีครับ แต่ที่จะบอกก็คือเจ้า hiberfil.sys มันกินพื้นที่ของ HD ไม่ใช่น้อยครับ อย่าง NB ของผมอยู่นี้มันกิดพื้นที่ไป 980MB บ้างเครื่องกินพื้นที่ถึง 2 GB ก็มี (ไฟล์นี้มองไม่เห็นด้วยวิธีปกติ มันซ่อนไว้ครับ) คงทราบแล้วนะครับทำไมผมจึงเสนอทางให้ลบมันออก (ก็เล่นเอาพื้นที่ HD ไปตั้งเยอะ...เสียดายครับ) 1.ให้ คุณพิมพ์คำว่า CMD ที่ช่อง Start Search แล้วกดคีย์ Ctrl+Shift ค้างไว้ แล้วกด Enter (ที่ให้กดแบบนี้เพราะเป็นการใช้ Command prompt ใน นามของ administrator) 2.เมื่อ มาที่หน้า Command prompt ให้คุณพิมพ์คำสั่ง powercfg -h off แล้ว Enter วินโดวส์ก็จะปิด hibernation และลบไฟล์ hiberfil.sys ทิ้งก็ จะทำให้คุณได้พื้นที่ HD ของคุณคืนมา Vista Tip #35: เอา Bandwidth ที่ Vista กันไว้ใช้.....กลับคืนมา ทิปนี้ เอามาจาก XP เจ้า Vista ก็มีคุณสมบัตินี้ ....ปกติวินโดวส์จะมีการกันสำรอง Bandwidth ในการต่อเน็ตไว้เพื่อให้ตัวมันได้รันแบบ background ในการ updates หรือ patches ตัวของมันเอง ด้วยจะซ่อนตัวทำงานโดยกัน Bandwidth ไว้ 20% คุณๆ อยากจะเอาส่วนนี้คืนมาใช้งานก็ให้ทำตามนี้ 1.พิมพ์คำว่า gpedit.msc แล้ว Enter เพื่อเรียก Group Policy มาทำงาน 2.ให้ดูที่หัวข้อ Computer Configuration คลิกตามเส้นทางนี้ Adminstrative Templates>Network>Qos Packet Scheduler
3.แล้วดูที่ด้านขวาจะเห็นคีย์ Limit reservable bandwidth ให้ดับเบิลที่คีย์นี้ 4.คุณ จะเห็นว่า Not configuered แต่บ้างเครื่องมันก็จะ set เป็น default ที่ 20% เลยครับ คราวนี้ให้คุณคลิกที่ Enabled และใส่ค่า 0 ที่ Bandwidth limit คลิก Apply > OK แล้วบูตเครื่อง Vista Tip #36: มาเปลื่ยนชื่อ Administrator account กันดีกว่า ผม มาให้ไอเดียความปลอดภัยของคุณได้แก่ แนะนำให้เปลื่ยนชื่อ administrtor ที่แนะนำเช่นนี้เพราะมีสาเหตุ ปกติวินโดวส์จะมี account ที่เป็นค่า default คือ administrator เป็น ตัวแรก และธรรมดาทั่วๆไปคนใช้วินโดวส์เมื่อติดตั้งวินโดวส์จ ะใส่ชือของตัวเองและ password อีก account หนึ่ง และปล่อย account ที่ชื่อ administrator ทิ้งไว้โดย ไม่ได้ใส่ password ตรงนี้ล่ะที่พวก Hacker หรือผู้ไม่หวังดีจะเข้าเครื่องคุณได้ง่ายเพียง Log on เข้าเครื่องในนาม administrator โดยไม่ต้องใส่ password (เพราะคุณไม่ใส่ไว้ตอนติดตั้ง) หรือจะผ่านทางเน็ตที่คุณต่ออยู่ ผม ก็ขอแนะนำให้เปลื่ยนชื่อเพื่อไม่ให้คนที่จะเข้าเคร ื่องคุณทางวิธีนี้ไม่ได้เพราะชื่อ account ถูกเปลื่ยนไปแล้ว สำหรับตัวช่วยตัวนีได้แก่ Security Editor 1.ให้พิมพ์คำว่า secpol.msc ในช่อง Start Search แล้ว Enter เพื่อเรียก Security Editor ขึ้นมา 2.ให้คุณไปตามนี้ Security Settings> Local Policies >Security Options แล้วดูด้านขวามือ 3.ให้คุณดับเบิลคลิกที่ Accounts:Rename administrator account
4.จะ มีหน้าต่าง Accounts:Rename administrator account Properties ให้คุณเปลื่ยนชื่อ Administrator เป็นชื่อที่คุณต้องการแล้วคลิก ok ใช้ยูทีลิตี้ Computer Management ดูชื่อ User ก่อนและหลังเปลื่ยนชื่อ
Vista Tip #37: บังคับ Vista ให้ reload registry เมือมีการแก้ไข registry ด้วยไม่ต้อง restart เครื่อง ปกติ เหมือนคุณๆ ได้เปิดใช้งาน regedit เพื่อปรับแต่ง registry แล้ว และจะให้วินโดวส์ทำงานตามที่คุณได้ปรับไปนั้น คุณจะต้องทำการ Log off หรือ Restart เสมอ ซึ่งถือเป็น เรื่องปกติของวินโดวส์ ....แต่ผมจะบอกวิธีที่ไม่ต้อง Restart เครื่อง จะขมขืนบังคับให้วินโดวส์ย่อมรับทำงานกับ registry ใหม่ด้วยไม่ต้อง restart วิธีมีง่ายๆ ครับ แค่เขียน Batch file ครับ 1.เปิด notepad ขึ้นมา สร้างไฟล์ขึ้นมาใหม่โดยพิมพ์คำสั่งตามนี้ลงไป TASKKILL /F /IM "explorer.exe" start explorer.exe 2.เชฟไฟล์ให้เป็นตระกูล .BAT ผมให้ชื่อว่า RELOAD.BAT เอามาไว้ที่ desktop ก็ได้สะดวกดี เมื่อคุณๆมีการแก้ไข Registry เสร็จก็ดับ เบิลคลิกที่ไฟล์นี้ มันก็จะบังคับให้ Registry มัน Reload ตัวเองโดยไม่ต้อง Log off หรือ Restart Vista Tip #38: มาซ่อนไฟล์สำคัญของคุณโดยไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์อื่นๆ ช่วย ทิปสำหรับ คุณๆ ที่มีไฟล์ความลับที่ไม่อยากให้ใครรู้ (ถึงรู้ก็เปิดไม่ได้) โดยไม่ใช้ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมใดๆ ช่วย เอาแค่ตัว Vista ก็พอ และวิธีนี้ แม้ แต่ Windows Vista Search Indexer ที่ว่าแน่ๆ ก็ยังต้องย่อมถึงเจอชื่อไฟล์ก็เปิดไม่ได้ (สำหรับผู้ใช้ทั่วไปนะครับ...ไม่นับพวกมือคอมเก๋าๆนะ ) หลักการ คือหลอกให้งง โดยเอาคีย์ชี้ตำแหน่ง Recycle Bin ใน Registry มาเป็นนามกุลของโฟลเดอร์ ถ้าใครเจอโฟลเดอร์ที่ซ่อนไฟล์ถึงแม้จะเปิดดูได้ แต่จะไปเจอไฟล์ที่ recycle bin ไม่เจอไฟล์ที่ซ่อนที่หลอกให้ไปที่นั้นเพราะเป็นที่ง่ ายและปลอดภัยถึงแม้คนที่มาเจอจะลบไฟล์ในโฟลเดอร์นี้ก ็ไม่เป็นไรเพราะเป็นถัง ขยะที่เป็นไฟล์ที่คุณลบแล้ว มาทำตัวอย่างให้ดูกัน 1.ให้คุณสร้างโฟลเดอร์ใหม่ชื่อ Test ให้อยู่ที่ไดเร็คทอรีรากของ C: (C 2.ลอง สร้างไฟล์ txt มาหนึ่งไฟล์ ในที่นี่ผมสร้างไฟล์ชื่อ Hidden_test.txt เมื่อสร้างเสร็จ ทดสอบ ด้วยพิมพ์ชื่อไฟล์ในช่อง Start Search จะเจอและ เปิดดูไฟล์ได้
3.คราวนี้ให้คุณ Windows Explorer แล้วคลิกที่โฟลเดอร์ Test แล้วเลือก Rename โดยเปลื่ยนชื่อเป็น Test.{645FF040-5081-101B-9F08- 00AA002F954E}
4.เปลื่ยนชื่อแล้วมาทด ลองครับ ให้คุณลองดับเบิลคลิกที่โฟลเดอร์ Test คุณจะแปลกใจเพราะมันจะกลายเป็นโฟลเดอร์ของ Recycle bin ไฟล์ในนั้น จะเป็นไฟล์ของ Recycle bin จะไม่มีไฟล์ Hidden_text.txt อยู่ครับ 5.ให้ ลองพิมพ์ชื่อไฟล์ Hidden_test.txt ที่ Start search คุณจะเจอไฟล์นี้ แต่เปิดไม่ได้จะมีหน้าต่าง Missing Shortcut ถึงจะ Browse.. ก็จะหาไม่ เจอครับ 6.เมื่อ ทำให้หายได้ ก็ต้องทำกลับให้เหมื่อนเดิมเพื่อใช้งาน ให้คุณออกไปที่ Command prompt โดยพิมพ์ CMD ที่ช่อง Start search แล้ว Enter ที่ หน้าต่าง Command prompt ให้พิมพ์คำสั่ง ren test.{645FF040-5081-101B-9F08-00AA002F954E} test โฟลเดอร์ก็จะกลับมาเหมือนก่อนทำการซ่อน ****คำเสนอแนะ**** เพื่อ ความสะดวกผมแนะให้เขียนเป็น Batch File ไว้เลยดีกว่าเพื่อความสะดวกทั้งการซ่อนและยกเลิกการซ ่อน เวลาให้มันทำงานก็แค่ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ ไม่ต้องออกไป ที่ Command prompt แล้วพิมพ์คำสั่ง ใน batch file ให้เขียนคำสั่งตามนี้ตามตัวอย่าง โดยใช้ Notepad เขียน เซฟเป็นไฟล์ตระกูล .BAT เก็บไว้ที่ C: ส่วนชื่อก็แล้วแต่คุณ แต่อย่าสื่อความ หมายให้คนอื่นรู้ว่า เป็นการเปิดปิดการซ่อนไฟล์ก็แล้วกัน ลองทดลองดัดแปลงดูนะครับ การซ่อน start ren test test.{645FF040-5081-101B-9F08-00AA002F954E} ยกเลิกการซ่อน start ren test.{645FF040-5081-101B-9F08-00AA002F954E} test ปล. วิธีนี้ใช้กับ XP ก็ได้ครับ เพราะคีย์ {645FF040-5081-101B-9F08-00AA002F954E} มันเป็นตัวเดียวกัน Vista Tip #39: ยกเลิกการเขียนข้อมูลลง USB Drive ทิปนี้ สำหรับคนที่ใช้เครื่องแบบองค์กร เป็นการป้องกันการก็อปปี้ข้อมูลใดๆ ลงใน USB Drive ไม่ว่าคุณจะสร้างโฟลเดอร์ใหม่หรือแก้ไขไฟล์ลงใน USB Drive มันจะไม่ให้ทำได้ ระบบจะให้ไปเซฟที่ Harddisk ของเครื่องแทน วิธี การก็แค่ก็อปปี้ Script ไปปะที่ Notepad แล้วเซฟเป็นไฟล์ .Reg เช่น DisableUSBWrite.reg เวลาใช้ก็ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ แล้วตอบ Yes > OK ก็ใช้ ได้แล้วครับ >>DisableUSBWrite<< Windows Registry Editor Version 5.00 [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Contro l\StorageDevicePolicies] "WriteProtect"=dword:00000001 เมื่อยกเลิกการเขียนได้ ก็แถม Script ให้เขียนได้เหมือนเดิมอีกตัว >>EnableUSBWrite Script<< Windows Registry Editor Version 5.00 [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Contro l\StorageDevicePolicies] "WriteProtect"=dword:00000000 ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เพื่อความสะดวกของเพื่อนๆ น้องๆ ขี้เกียจทำก็ไปโหลดที่นี่ (ขยายไฟล์แล้วใช้ได้เลย) >>DisableUSBWrite<< http://www.4shared.com/file/12521072...eUSBWrite.html >>EnableUSBWrite<< http://www.4shared.com/file/12521082...leUSBWrite.htm Vista Tip #40: ยกเลิกการการใช้ USB Storage Drive ทิปที่ 39 แค่ป้องกันการเขียนข้อมูลลง USB Flash Drive เท่านั้น การอ่านการเรียกไฟล์มาดูก็กระทำได้แบบว่า Block แค่เบาๆ ยังให้ใช้บ้าง มาทิปนี้จะ ไม่อนุญาติให้ใช้ อุปกรณ์ที่มาใช้ USB Port จำพวก External Harddisk ,Flash Drive, External DVD และพวกที่เป็น Storage device ทั้งหลาย แต่ไม่รวมพวก Mouse และ Keyboard ครับ วิธีการเหมือนกันครับ DisableUSBDrive Script Windows Registry Editor Version 5.00 [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic es\USBSTOR] "Start"=dword:00000004 ดาวน์โหลดที่นี่ http://www.4shared.com/file/12521158...eUSBDrive.html EnableUSBDrive Script Windows Registry Editor Version 5.00 [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic es\USBSTOR] "Start"=dword:00000003 ดาวน์โหลดที่นี่ http://www.4shared.com/file/12521180...eUSBDrive.html | |||||||||||||
| | |||||||||||||
| | |
#5
| Vista Tip #41: โกงคะแนน Performance เอาไว้หลอกเพื่อน ทิปนี้ไม่มีอะไรมากเพียงเคยเห็นที่ห้อง Hardware เขาเอาค่า Performance ของแต่ละคนมาอวดกัน บ้างท่านไม่พอใจค่าของตัวลงทุน Overclock CPU VGA Card หรือบ้างท่านถึงขนาดเปลื่ยน Hardware บ้างตัว เพื่อค่า Performance ของตัวเองสูงขึ้น และที่สำคัญผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งค่า Performance ของได้ประมาณ 4 กว่าๆ มันอวดอ้างคุยเหลือเกิน ก็เกิดความอย่างลองดีบ้างเอาแบบไม่ต้องเสียตังส์และไ ม่ทรมานเครื่องครับ ก็ลอง ค้นดูว่าไอ้เจ้าค่านี้ มันมาได้อย่างไร ......จากการ ค้นดูสักพักก็ได้ความว่าตัวที่ทดสอบว่า Performance แต่ละเครื่องนั้น คือยูทิลิตี้ที่ชื่อ Winsat.exe มันจะคำนวณค่าต่างๆ แล้วแสดงผม เป็นไฟล์ .XML ไว้ที่ C:WindowsPerformanceWinSATDataStore เมื่อรู้ดังนี้ก็หวานหมูครับ ......ก็แก้ไขไฟล์มันซักเลยเรียกว่าโกงมันดื้อๆ เลย
1.ให้ คุณไปที่โฟลเดอร์ที่ผมได้กล่าวมาแล้วจะเห็นไฟล์ ที่เป็นตระกูล XML ถ้ามีหลายไฟล์ก็เอาไฟล์ใหม่สุด ก็อปเก็บไว้ที่อื่นก่อน เพื่อทำกลับคืน 2.ให้ คุณใช้โปรแกรมที่เป็น Edit Txt ที่แก้ไขไฟล์ XML ได้ (notepad ก็ได้ แต่อ่านแล้วงงๆ บรรทัดมันไม่เรียงกัน) ในที่นี่ผมใช้ EditPlus Txt Editor เปืดไฟล์ขึ้นมา แล้วตำแหน่งที่ต้องแก้จะอยู่บรรทัดที่ 13-20 โดย ให้แก้ที่ตัวเลขแล้วแต่คุณ เอาตามเหมาะสมของคุณ(เท่าทีลองสูงสุดได้แค่ 9.9) หลักใหญ่ได้แก่ SystemScore ครับเป็นค่ารวมของทั้งหมด นอก นั้นเป็นค่าย่อยของ HW แต่ละตัว เมื่อแก้ไขแล้วเซฟ แล้วมาดูค่าใหม่ คุณก็จะไปหลอกเพื่อนให้ตาค้างได้ว่าคอมคุณนั้นมันสุด ยอด
การแก้กลับก็ให้ลบไฟล์ที่แก้ทิ้ง แล้วก็อปไฟล์เดิมกลับที่เดิม หรือจะลบทิ้งแล้วให้เครื่อง Reset ค่าใหม่ก็ได้ Vista Tip #42: มาสร้างแผ่นดิสก์ Reset Password สำหรับคนขี้ลืม ใน กรณีที่คุณๆเข้า Vista แบบใช้ Password และดันลืมไม่สามารถเข้าระบบวินโดวส์ได้ Vista ก็หาวิธีแก้ไขให้ผู้ใช้ Vista ที่ขี้หลงขี้ลืม โดยให้คุณ สร้างแผ่นดิสก์ เพื่อรีเซท password ของคุณ การทำงานของ Password reset Disk ง่ายๆ คือให้คุณเก็บ Password ไว้ที่แผ่นดิกส์หรือ USB Drive ก่อน เมื่อใดที่ คุณลืม Password ก็ให้ใส่แผ่นดิสก์นี้ แล้วทำตามขั้นตอนของ Vista ก็จะเข้าระบบได้ครับ.... วิธีทำแผ่น 1.ให้ใส่แผ่นดิกส์ 1.44 MB หรือ USb Drive ลงในเครื่อง 2.ไปที่ Control Panel (Classic View) > User Accounts 3.ที่รายการด้านซ้าย ให้คลิกที่ Create a password reset disk จะมีหน้าต่างขึ้นมาให้คลิก Next
4.หน้าต่างต่อมาให้คุณเลือกชนิดของ Disk ได้แก่ USB Drive หริอ 1.44 MB แล้วคลิก Next 5.หน้าต่างต่อมาให้คุณใส่ Password ปัจจุบันที่คุณใช้อยู่ แล้วคลิก Next 6.Vista สร้างไฟล์ Password ไว้ที่แผ่นดิสก์ เมือทำงานครบ 100% ก็คลิก Next และ Finish เท่านี่คุณของได้แผ่น Password reset disk การใช้แผ่น 1.เมื่อ คุณเข้าวินโดวส์แล้วลืม Password หรือกรอก Password ผิด ทีใต้ที่ใส่ Password ที่หน้า Log on จะมีคำว่า Reset Password ให้คลิกที่นี 2.วินโดวส์ จะถามหา Password reset disk ให้คุณใส่ลงเครื่องแล้วทำตามขั้นของวินโดวส์ มันจะรีเซท Password ตัวเก่า และให้คุณตั้ง Password ใหม่ คุณ ก็จะเข้าวินโดวส์ได้ แล้วอย่างลืม Password ที่ใส่ไปใหม่อีกหล่ะ และก็อย่าลืมทำแผ่น Reset Password ใหม่อีกครั้งครับกันลืมอีกหน (แก่ขี้ลืมจัง) Vista Tip #43: Memory Diagnostic Tool เครื่องมือตรวจ RAM ที่ไม่ควรมองข้าม Vista ตัวนี้เป็นวินโดวส์ที่ให้ทูลต่างๆ มาใช้มากมาย ตั้งแต่ทำการติดตั้งก็มีให้ใช้แล้ว ทูลที่ว่าก็คือ Memory Diagnostic เป็นทูลที่เอาไว้ตรวจเช็ค RAM ของคุณตั้งแต่ ทำการติดตั้ง Vista หรือจะใช้ภายหลังติดตั้งก็ได้ มันช่วยให้รู้ว่าคุณภาพ RAM ของเครื่องคุณใช้ได้หรือไม่ ทูลตัวจะรันในวินโดวส์ที่เป็น 32 bit ไม่ได้ จะต้องรันก่อนการใช้วินโดวส์ ชื่อ ของโปรแกรมคือ memtest.exe จะซ่อนอยู่ที่ /boot ของแผ่นติดตั้ง Vista ถ้าติดตั้งแล้วมันจะเก็บไว้ไม่ให้เห็นหรือ Hidden อยู่ที่ C:Boot สำหรับ วิธีใช้ก็มี 3 แบบ ตามนี้ 1.ก่อนติดตั้ง Vista - เมื่อคุณจะทำการติดตั้งหน้าแรกที่เจอในการติดตั้งทูล ตัวนี้ก็มีให้ใช้ จะอยู่ด้านล่างที่หัวข้อ Tools ให้คุณ TAB เพื่อเลือก Windows Memory Diagnostic และกด Enter เพื่อให้โปรแกรมทำงาน แต่ผมแนะให้กด F1 เพื่อเลือก Options ก่อนดีกว่า -ที่ หน้า Options จะมีให้เลือกว่าคุณจะตรวจแบบ พื้นฐานหรือ Basic หรือ Standard และ Extened โดยจะมีรายละเอียดของแต่ละตัวให้ล่างข้างล่าง มีให้ เลือกว่าจะใช้ Cache ของเครื่องหรือไม่ และจะให้ทำการ test อีกครั้งเลือกได้ครับ (สำหรับผม 2-3 ครั้งก็พอรู้แล้ว) เมื่อตั้ง Option เสร็จแล้วก็กด F10 ทำการ Test ได้ สามารถเลิกยกเลิกการ Test ได้ทุกเมื่อ โดยกด ESC 2.ติดตั้งแล้วแบบใช้ Vista ตัวเดียว -สำหรับผู้ที่ติดตั้งใช้งานแล้วจะตรวจก็ได้ก็ให้ใส่แผ ่น Vista แล้วบูตจากแผ่นก็จะเขาหน้าเดียวกับการติดตั้งก็ใช้เห มื่อนข้อ 1 3.ติดตั้งแล้วและเป็นแบบ Dual Boot -สำหรับ ผู้ที่ทำการติดตั้งแบบ Dual Boot ตัวอย่าง Vista+XP เมื่อบูตเครื่องจะมีเมนูให้เลือก OS ที่คุณจะใช้ ....Windows Memory Diagnostic ก็มี เมนูให้เลือกข้างล่าง วิธีใช้เหมือนกัน แต่คุณไม่ต้องใช้แผ่น Vista เพราะโปรแกรมจะไปเรียกจากไดรฟ์ C: ของเครื่องแล้ว Vista Tip #44: มาตรวจสุขภาพของ Vista ปกติ คุณๆ ใช้ Vista เริ่มแรกๆ Performance ของระบบจะดีใช้งานอย่างเรียบร้อย เมื่อผ่านไปซักพัก ทั้งติดตั้งทั้งถอนโปรแกรมมันก็จะทำให้เกิดปัญหา ขึ้น บ้าง Vista ได้จัดทูล เล็กมาให้เพื่อตรวจสอบระบบทั้งหมดว่าอยู่ปกติดีหรือม ีปัญหาส่วนไหน เพื่อคุณๆ จะได้ทำการแก้ไขได้ ทูลจะทำการตรวจสอบดังนี้ - Missing Drivers - Low Disk space - Security Vulnerabilities - Basic System Checks - Software Configuration - Hardware Configuration - CPU - Network - Disk - Memory วิธี การใช้ก็ให้ไปที่ Control Panel > Performance and Tools > Advanced Tools > Generate a System Health Report มาถึงตรงก็รอให้ โปรแกรมตรวจสอบระบบประมาณ 1- นาที
โปรแกรมกำลังตรวจระบบ
รายงานผล
Vistip Tip #45: ทำอย่างไรจะรู้ว่าเมื่อไรจะทำการ Defragment เครื่อง คุณๆ ที่ใช้วินโดวส์มาจะรู้จัก Defragment tool เจ้าทูลตัวนี้ก็ทำหน้าที่จัดระบบไฟล์ที่อยู่ใน HD คุณให้เรียงต่อกันอย่างมีระเบียบซึ่งจะทำให้การใช้งา นของวินโดวส์ดีขึ้นและยืดอายุ HD ของคุณด้วย เพราะเมื่อคุณใช้ครื่องไปนานๆ เข้าทั้งเขียนทั้งลบไฟล์ก้จะทำให้ HD มีช่องว่างของไฟล์ทำให้ไฟล์ไม่มีความต่อเนื่อง การอ่านไฟล์ แต่ละครั้งจะใช้เวลานานขึ้น ปัญหา ของการ Defragment ไม่ได้อยู่ที่จะทำอย่างไรเพราะมีโปรแกรมให้อยู่มากมา ยและในวินโดวส์ก็มีด้วย แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าเมื่อไรหล่ะที่จะ ต้องทำ ซักที บ้างท่านก็บอกว่าเดือนละครั้งบ้าง สัปดาห์ละครั้งบ้าง ไม่มีอะไรตายตัวเพราะว่าแต่ละคนใช้เครื่องไม่เหมื่อน กัน ผมจะเอาวิธีแน่นอนอ้าง อิงได้ก็คือให้ Vista ตรวจและบอกให้ไม่ใช้ความรู้สึก แต่ให้โปรแกรมจัดให้ 1.ให้พิมพ์ CMD ที่ Start Search แล้ว Enter 2.จะมาที่หน้า DOS ให้คุณพิมพ์คำสั่งดังนี้ defrag x: -a ( x คือไดร์ฟที่คุณจะทำการตรวจ) 3.ลองให้โปรแกรมทำการตรวจสักครู่ ก็จะแสดงผมออกมา โดยจะแสดงค่า Volume size = ขนาดของ HD Free space = พื้นที่ที่เหลือของ HD Largest file space extent = พื้นที่ partition อีกตัวของเครื่องผม (ไม่ต้องสนใจ) Percent file fragmentation = ค่าที่มีไฟล์ทีไม่ต่อเนื่องบอกเป็นเปอร์เซนต์ (เป็นค่าที่คุณต้องการรู้) Note : ตรงนี้วินโดวส์จะบอกหรือแนะนำคุณว่าจำเป็นที่จะทำการ Defragment หรือไม่
เพิ่ม เติม : ไม่ควรใช้โปรแกรม Defragment ของ Vista เพราะค่อนข้างช้า แนะนำให้ใช้ตัวนี้ครับ Auslogics Disk Defrag ของฟรีทำงานเร็ว รองรับ Vista ผมจะมีติดเครื่องเสมอ http://www.auslogics.com/disk-defrag/ Vistip Tip #46: ยกเลิก Services ที่ไม่จำเป็นเพื่อความเร็วและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้ นของ Windows Vista Windows Vista ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ มีฟังก์ชั่นให้ใช้มากมายจนเรียกว่าบรรยายกันยาวเขียน หนังสือเป็นพันหน้าได้ ถ้าจะเอา แบบละเอียดยิบ แต่สิ่งหนึ่งที่คุณๆ ทั้งหลายรู้กันอยู่คือ เมื่อทางไมโครซอฟท์เขาใส่อะไรมากมายลงไปใน Vista ก็ทำให้กินทรัพยากรของเครื่องมากขึ้น สำหรับเครื่องที่มี RAM น้อยก็ลำบากจะเรียกโปรแกรมแต่ละตัวออกมาใช้ก็ใช้เวลา นาน เพราะต้องแบ่ง RAM ไปให้กับ Vista สิ่งหนึ่งที่กินทรัพยากร เครื่องและหน่วง เครื่องมาตลอ ดได้แก่ Services ต่างๆ ของ Vista เพราะเครื่องจะโหลดมาเก็บไว้ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง Services ต่างๆ ที่ว่านี้มันมีเกิน กว่า 130 services (Vista รุ่น Ultimate) ที่ฝังตัวอยู่ ซึ่งมีหลายตัวที่คุณไม่จำเป็นต้องใช่เลยมันก็โหลดมาเ ก็บไว้ในความจำเครื่อง เรามาดูกันดีกว่า ว่าตัวใดบ้างที่สมควรปิดการใช้งานมั นซะ ก่อนที่จะปิดหรือ Disable ตัว Services ต่าง คุณจะต้องแน่ใจในความต้องการของคุณและเข้าใจใน Services แต่ละตัวว่าสำคัญหรือจำเป็นต่อเครื่องของคุณหรือไม่ -อ่านให้รายละเอียดของ Services แต่ละตัวให้เข้าใจ ซึ่งจะกล่าวต่อไปว่าให้อ่านที่ส่วนไหน -ก่อน การทำการ Disable Services ทุกครั้ง ควรสร้างจุด System Restore ไว้ทุกครั้ง เมื่อมีการผิดผลาด จะได้เรียกคืนระบบในสภาพก่อนการ Disable ได้ ทำอย่างไรในการ Disable services 1.ให้คลิกที่ Start 2.พิมพ์คำว่า Services.msc ที่ช่อง Start Search กด Enter 3.คุณอาจจะได้รับคำเตือนจากระบบ UAC ในกรณีที่ยังไม่ได้ทำการปิด ให้คลิก Continue 4.เมื่อ เปิดหน้าต่าง Services ออกมาแล้ว ถ้าต้องการรู้รายละเอียดของ Services ตัวไหนก็ให้ เอาเม้าส์คลิกที่ Services ตัวนั้นจะมีรายละเอียดให้อ่าน ที่ช่วงกลางของหน้าต่าง 5.เมื่อต้องการจะปิดก็คลิกขวาแล้วเลือก Properties
6.ให้ เลือก disable ที่ drop down menu แล้วคลิก Start คลิก Apply คลิก OK สำหรับ Services บางตัวจะให้ได้ผลการ disable ต้อง รีสตาร์ทเครื่อง Services ที่แนะนำให้ปิด Distributed Link Tracking Client รายละเอียด : เป็น Service ที่ทำหน้าที่ ดูแลไฟล์ NTFS ที่อยู่ในเครื่องคุณกับเครื่องที่อยู่ในระบบเครือข่า ย(Network) ผลของ Disable : จะไม่สามารถ access ไฟล์ต่างๆ ของเครื่องอื่นๆ ได้ ทำไมต้อง Disable : ถ้าเครื่องของคุณไม่ได้ต่อเครือข่ายกับเครื่องอื่น หรือถ้าต่อแต่คุณไม่ต้องจะใช้ไฟล์ของเครื่องอื่น IP Helper รายละเอียด : ทำให้เครื่องซัพพอร์ท IPv6 ผลของ Disable : จะทำให้เครื่องไม่ซัพพอร์ท IPv6 ทำไม ต้อง Disable : IPv6 เป็นระบบที่ยังใช้ไม่กว้างขว้างนัก คุณไม่จำเป็นต้องใช้มันก็ปิดได้ คุณสามารถดูรายละเอียดของ IPv6 ได้ที่นี่ http://www.ipv6.org Messenger Sharing Folders USN Journal Reader Service รายละเอียด : สำหรับผู้ที่ใช้ MSN Messenger Live แชร์ไฟล์กันได้ที่ Sharing Folder ผลของ Disable : จะทำให้ไม่สามารถใช้ Sharing folders ได้ ทำไมต้อง Disable : ถ้าคุณไม่ได้เล่น MSN หรือคุณไม่ต้องการให้ใช้ Sharing folder ก็ Disable ได้ Network List Service ราย ละเอียด : ทำหน้าที่เป็นตัวระบุการติดต่อ network ของคุณ และดูและคุณสมบัติของ network เมื่อมีการแปลื่ยนแปลงของไฟล์หรือโปรแกรมใน network ก็จะแจ้งให้รู้ ผลของ Disable : ไอคอน network ที่ Taskbar จะหาย และคุณจะไม่รู้ว่าสถานะการต่อ network หรือ internet ว่าต่ออยู่หรือขาดการติดต่อ ทำไม ต้อง Disable : เป็นการดีอย่างหนึ่งได้แก่ จะไม่มีใครรู้ว่าคุณต่อเน็ตหรือ network อยู่ (ในกรณีไม่อยากให้ใครรู้) หรือว่าเครื่องคุณไม่ได้ต่อเน็ต หรือ network ก็ปิดซะ Offline Files รายละเอียด : เป็นการปิดการใช้ internet แบบ offline ผลของ Disable : ทำให้ใช้ internet แบบ oofline ไม่ได้ ทำไมต้อง Disable : เครื่องไม่มีการต่อ internet Print Spooler ราย ละเอียด : เป็นตัวเก็บไฟล์ที่จะพิมพ์ไว้ก่อน ในกรณีเครื่องพิมพ์กำลังพิมพ์งานอื่นอยู่ เมื่อเครื่องพิมพ์พิมพ์งานแรกเสร็จก็จะพิมพ์งานอื่นๆ ที่เก็บใน Print Spooler ต่อๆไป ทำให้คุณสามารถสั่งให้เครื่องพิมพ์งานได้มาก ๆ งาน ไม่ต้องรอ เอาเวลาไปทำงานอื่นได้ ผลของ Disable : จะทำให้คุณพิมพ์งานได้ลำบาก เพราะต้องสั่งเครื่องพิมพ์ที่ละงานต่อครั้ง ทำไมต้อง Disable : ถ้าเครื่องคุณไม่มีหรือไม่ได้ต่อเครื่องพิมพ์ (Printer) ก็ไม่จำเป็นที่จะเปิด service ไว้ทำไม Readyboost ราย ละเอียด : เป็น feature ของ Vista ที่จะใช้พื้นที่ว่างๆ ของ USB Drive มาทำ ที่เขียนไฟล์ชั่วคราวแทน HD เพื่อเพิ่มความเร็วของเครื่อง (ราย ละเอียดการทำอ่านที่นี่ Vista Tip ที่......) ผลของ Disable : ไม่สามารถใช้ ReadyBoot ได้ ทำไม ต้อง Disable : คุณไม่มี USB Drive ที่เร็วพอเพียงที่จะใช้ Feature ได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะใช้ service นี้ หรือไม่มีความคิดจะใช้เพราะคุณมี HD ที่ เร็วพอความต้องการแล้ว (SATA2) Remote Access Connection รายละเอียด : ทำหน้าที่ดูแลการต่อของ Dial-up และ VPN (Virtual Private Network) ผลของ Disable : ทำให้ใช้ Dial-up และ VPN (Virtual Private Network) ไม่ได้ ทำไมต้อง Disable : ถ้าเครื่องคุณไม่ได้ใช้ Dial-up และ VPN (Virtual Private Network) Server รายละเอียด : เป็นตัวช่วยให้เครื่องแชร์ไฟล์และ Printer ในระบบ LAN ผลของ Disable : ไม่สามารถแชร์ไฟล์และ Printer ในระบบ LAN ได้ ทำไมต้อง Disable : ถ้าเครื่องคุณไม่ต้องการแชร์ไฟล์หรือ Printer ของคุณในระบบ LAN ก็สั่งปิดได้ Tablet PC Input Service รายละเอียด : เป็นตัวทำให้ใช้อุปกรณ์พวก Tablet PC Pen ผลของ Disable : จะใช้อุปกรณ์ Tablet PC Pen ไม่ได้ ทำไมต้อง Disable : คุณไม่มีอุปกรณ์พวกนี้ก็ปิดซะ Windows Error Reporting Service รายละเอียด : ทำหน้าที่ส่งข้อมูลหรือรายงานให้ไมโครซอฟท์ทราบเวลาเ ครื่อง error ผลของ Disable : ทำให้การส่งข้อมูลกลับไปที่ไมโครซอฟท์ทำไม่ได้ ทำไมต้อง Disable : ไม่เป็นการดีเลยที่จะเปิด Service ตัวนี้ เพราะคุณๆทั้งหลายน่าจะทราบอยู่แล้วว่าอะไร (ของปลอม) Windows Image Acquisition (WIA) รายละเอียด : เป็นตัวช่วยจัดการการติอต่อระหว่าง Scanner และ กล้องดิจิตอล ผลของ Disable : ทำให้ใช้ Scanner และดูภาพจากกล้องดิจิตอลไม่ได้ ทำไมต้อง Disable : ถ้าคุณไม่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ก็ปิดได้ Windows Time รายละเอียด : เป็นตัวเทียบเวลาระหว่าง user ผลของ Disable : จะเทียบเวลาระหว่าง user แต่ละคนไม่ได้ ทำไมต้อง Disable : ถ้าเวลาไม่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคุณมากมายอะไร คุณก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ IPsec Policy Agent รายละเอียด : เป็น Service ที่ IPS จะต้องการใช้เพื่อเพื่อความปรอดภัยในการติดต่อกันระห ว่าง ISP กับเครื่องของลูกค้า ผล ของ Disable : ระบบความปลอดภัยของเครื่องกับ ISP ประสิทธิภาพจะน้อยลด ถ้าคุณแต่ใจว่าช่วยตัวเองได้เมื่อเครื่องมีปัญหาก็ปิ ดได้ และที่ สำคัญควรตรวจสอบไปทาง ISP ที่คุณเป็นสมาชิกก่อนว่าต้องการ Service นี้ในการต่ออินเตอร์เน็ตหรือไม่ ทำไมต้อง Disable : เมื่อ RAM ในเครื่องของคุณมีน้อย Shell Hardware Detection รายละเอียด : เป็นตัวช่วยให้วินโดวส์แสดงหน้าต่าง Pop up Autoplay ขึ้นมาเมื่อคุณเสียบอุปกรณ์ประเภท USB Drive CD DVD Removable storage ผลของ Disable : จะไม่มี Pop up ขึ้นมาถามเกี่ยวกับอุปกรณ์นั้นๆ ทำไมต้อง Disable : ถ้าคุณเบื่อที่จะตอบคำถามและต้องการทำงานที่เร็วขึ้น สำหรับ วันนี้เอาแค่นี้ก่อน เอา Services ที่ผมทดลองแล้วและคิดว่าไม่มีปัญหาอะไรและไม่ก่อปัญห าหามากมาย ที่จะปิดพวกนี้ เรียกว่าขั้นต้นครับ ยัง มีหลายตัวที่ปิดได้ แต่จะเป็น Service ที่มีผลต่อระบบมาก ฉะนั้นขอเวลารวบรวมไว้ครั้งต่อไป จะนำมาเสนออีก Vista Tip #47 :ยกเลิกการใช้ Features ที่ไม่จำเป็น Vista มี feature ใหม่ๆ หลายตัว และจะเรียกมาใช้โดยอัตโนมัติ ทุกครั้งที่เปิดเครื่องทั้งๆ บางตัวคุณๆ ไม่ต้องการจะใช้เลย แต่ Vista รู้ดีโหลดมาให้เอง ทำให้เสีย ความจำโดยไม่จำเป็น เมื่อไม่ได้ใช้ก็เอามันออกซะดีกว่า 1.ไปที่ Control panel ดับเบิลคลิกที่ Programs and Features 2.ที่เมนูด้านซ้าย คลิกที่ Turn Windows Feature on or off 3.ที่ หน้าต่าง Windows Features จะมีรายการ Feature ต่างๆ ให้เลือกเอาตัวไหนที่คิดว่าไม่ใช้ก็ติ๊กเอาเครี่องหม ายออก ตัวอย่าง เช่น Windows Fax and Scan 4.คลิก OK รอสักครู่ให้ Vista ถอน Feature ที่ไม่ต้องการ เมื่อเสร็จก็รีสตาร์ท feature ที่คุณไม่ต้องการก็จะไม่มีอีกต่อไป
Vista Tip #48: Patch การติดต่อ TCP/IP ให้เกินกำหนดของ Vista ก่อน อื่นต้องบอกถึงเจ้า TCP/IP ก่อนว่ามันคืออะไร.... มือเก่าคงรู้แล้วนะครับ...แต่มือใหม่อาจยังไม่เข้าใจ จึงขอเอามาเล่าใหม่ TCP/IP มันก็คือโป รโตคอล ด้านการสือสาร หรือติดต่อกันระหว่าง คอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ด้วยก ันว่าจะติดต่อกันได้กี่เครื่องต่อวินาที ด้วยปกติทางไมโครซอฟท์จะตั้งค่าจำกัดไว้ เพื่อไม่ให้มี การสือสารกันต่อครั้ง มาก เกินเพื่อความปลอดภัย จากการแพร่ขยายการติดเชื่อบรรดา viruses worms หรือการโจมตีแบบ DDoS (launch distributed denial of service) โดย Windows XP ตั้งไว้ไม่เกิน 10 Vista Home Basic ไม่เกิน 2 และ Vista Utimate ไม่เกิน 25 สำหรับผู้ที่ใช้ Vista มักที่ปัญหากับการสือสารที่ช้า ของ Network กับ โปรแกรมที่ติดต่อต่อกันแบบ Half-open connection limit อย่างพวก P2P (peer to peer) เช่น uTorrent BitTorrent BitComet Azureus ABC eMule (eDonkey network) หรือ P2PTV เช่น TVants PPLive PPStream Sopcast ก็เพราะการจำกัด หรือ Limit อันนี้ของ Vista เมื่อ Vista ตั้งข้อจำกัดของการสือสารแบบนี้ไว้ และคุณๆ ต้องการการสือสารที่มากกว่าเดิม ก็สามารถแก้ไขมันได้ครับ 1.ขั้นแรกไปดาวน์โหลด Patch ของ TCP/IP มาเก็บไว้ก่อน ตามนี้ Vista 32Bit= http://www.4shared.com/file/19416004...75b/tcpip.html Vista 64Bit= http://www.4shared.com/file/19416060...4c4/tcpip.html 2.ให้เปิดหน้าต่าง Command prompt โดยพมพ์ CMD ที่ Start Search แล้ว Enter แล้วพิมพ์คำสั่ง Dos ตามนี้ takeown /f c:windowssystem32driverstcpip.sys แล้ว Enter เพื่อโอนสิทธิการใช้ไฟล์ระบบ cacls c:windowssystem32driverstcpip.sys /G “xxxxxx”:F แล้ว Enter เพื่อโอนสิทธิให้ User (Username คือชื่อ Log on ของคุณ) 3.ทำการหยุดใช้ TCP/IP Service โดยพิมพ์คำสั้ง Command prompt ดังนี้ netsh int tcp set global autotuninglevel=disable สำหรับ Vista แบบ 64 BIT มีพิเศษครับเพราะระบบมีการป้องกันสูงต้อง Disable ไดร์เวอร์ทั้งหมดด้วย โดยพิมพ์ตามนี้ bcdedit.exe -set loadoptions DDISABLE_INTEGRITY_CHECKS 4.ให้ ก็อปปี้ไฟล์ Patch ที่ดาวน์โหลดมาทับไฟล์ tcpip.sys โดยก่อนก็อปปี้ทับ....ให้ทำการก็อปปี้ไฟล์เดิมเก็บไว ้ที่อื่น เพื่อเอาไว้ใช้ภายหลัง ถ้ามี ปัญหาหรือจะทำกลับคืน โดยไฟล์นี้อยู่ที่ C:windowssystem32drivers (ใช้ไฟล์ให้ถูกรุ่นด้วย Vista x86 หรือ x64) ในกรณีที่ก็อปปี้ทับไม่ได้ระบยังป้องกันอยู่ ก็ให้ก็ อปปี้ในโหมด Safet Mode Restart เครื่องแล้วกด F8 เพื่อบูตในแบบ Safe Mode 5.มาถึงการตั้งค่า TCP ให้เปิด Registry ขึ้นมาโดยพิมพ์ Regedit ที่ Start search แล้ว Enter แล้วไปตามเส้นทางนี้ HKEY_LOCALL_MACHINESYSTEMCurrentControlSetServices TcpipParameters ให้คลิกขวาที่ว่างของหน้าต่างด้านขวา เลือกคำสั่ง New และ DWORD value ให้ชื่อว่า TcpNumConnections
6.ดับเบิลคลิก ที่ TcpNumConnections เพื่อตั้งค่าใหม่ โดยให้คลิกที่ Decimal แล้วใส่ค่าตัวเลขที่ Value Data.. ตามความต้องการว่าจะให้ติดต่อกัน ได้กี่เครื่อง (ในตัวอย่าง 500) โดยค่าที่ Vista รับสูงสุดได้คือ 16777214 แล้วคลิก OK ปิด Regedit
บูตเครื่องใหม่.....เป็นอันเรียบร้อยครับ เครื่องจะมีการติดต่อกับเครื่องอื่นพร้อมกันได้มากเค รื่องตามที่คุณต้องการ ราย ละเอียดการทำข้างบนเพื่อให้รู้ที่มาที่ไปของการปร ับแต่ง สำหรับผู้ที่ไม่มั่นใจว่าทำได้หรือกลัวพลาดหรือมือให ม่ก็ใช้ Batch file ผมเขียนไว้ให้ เรียบร้อยเพียงขยายไฟล์ ออกมาแล้วรันไฟล์ batch ตามรุ่น Vista ก็เรียบร้อย http://www.4shared.com/file/19416085...cpipPatch.html ปล. อย่าลืมทำก็อปปี้ไฟล์ tcpip.sys ตัวเก่าเก็บไว้ที่อื่น เพื่อเอาไว้ใช้ภายหลัง | |||||||||||||||||||||||
| | |||||||||||||||||||||||
| | |
#6
| Vista Tip 49 :สร้างเมนูคลิกขวาเพื่อดู Directory List สำหรับ Vista สำหรับ คุณๆ ที่ต้องการจะดูชื่อไฟล์ที่อยู่ใน Directory ก็ต้องเปิด Windows Explorer และก็ดับเบิลคลิกเพื่อเปิดดูในกรณีที่มี Directory ย่อยๆ ก็ต้อง เสียเวลา ผมเอาวิธีที่ง่าย ต่อ การดูชื่อไฟล์ใน directory โดยเอาคำสั่งไว้ท่เมนูคลิกขวา เพียงแค่คลิกขวาที่ Directory ทีต้องการก็เปิดดูได้แล้ว ที่พิเศษคือสามารถเปิดครั้ง เดียวดูชื่อไฟล์ได้หมดไม่ ว่า จะมี Directory ย่อยๆมากแค่ไหนดูได้ในคราวเดียว และยังเซฟรายการเป็น text file เก็บไว้อ่านภายหลังได้ด้วย
มาเริ่มทำกัน 1.พิมพ์คำสั่ง Regedit ที่ Start Search แล้ว Enter 2.เมื่อ Registry เปิดขึ้นมาให้ไปตามนี้ HKEY_CLASSES_ROOTFoldershell ให้ สร้างคีย์ใหม่ โดยคลิกขวาที่ shell เลือก New > Key ให้ชื่อว่า Directory List เมื่อสร้างคีย์นี้แล้ว ก็ให้สร้างคีย์ย่อยอีกคีย์โดยคลิกขวาที่คีย์ Directory List ให้ชื่อว่า command
3.ให้ดับเบิลคลิกที่คีย์ command ที่หน้าต่าง Edit String ที่ช่อง Value data: ให้พิมพ์คำสั่งดังนี้ C:Windowssystem32cmd.exe /c dir /s "%1" > dir_list.txt & notepad.exe dir_list.txt & del dir_list.txt
คลิก OK ปิด Regedit แล้วมาดูผลงาน 4.ให้ เปิด windows explorer ขึ้นมาแล้วคลิกขวาที่ Directory ใดก็ได้ จะเห็นมีเมนู Directory List ให้คลิกเลือกที่นี่ ก็จะปรากฎรายการไฟล์ต่างๆ ที่ อยู่ใน Directory นั้น ออกมาในรูป text file ของ Notepad ซึ่งคุณสามารถเซฟไฟล์เก็บไว้อ่านภายหลังได้ Vista Tip #50 :ประหยัดพื้นที่ HD โดยลดพื้นที่ของ System Restore สืบ เนื่องจากมีเพื่อนในนี้ประสพปัญหาที่ System Restore ได้กินพื้นที่ของ HD ไปตั้ง 15 GB ซึ่งก็มากโข ได้ถามหาวิธีลดพื้นที่ของ System Restore แต่สำหรับ Vista แล้วการ กระทำ แบบนี้ไม่ง่าย Vista ไม่ได้ใส่การลดแบบง่ายๆเหมือน XP ผมก็หาวิธีให้โดยแบบ Advance คืออาศัยคำสั่ง DOS ไม่ต้องทำแบบ GUI บน Vista 1. ให้พิมพ์คำสั่ง CMD ที่ Start Search และ กดปุ่ม Ctrl+shift ค้างไว้ แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อทำการเปิดหน้าต่าง DOS ในสถานะ Administrator หรือคุณจะไปที่ All Programes > Accessories และคลิกขวาที่ Command Prompt เลือก Run as Administrator ก็ได้แล้วแต่ถนัด โดยคำสั่ง DOS ที่จะใช้ใน การทำครั้งได้แก่ vssadmin.exe ลองพิมพ์คำสั่งดูครับจะมี Option หลายตัวออกมาให้ดู แต่ไม่ต้องไปสนใจมาก...มาต่อครับ
2.ให้ คุณพิมพ์คำสั่ง vssadmin list shadowstorage แล้ว Enter คำสั่งนี้จะเป็นการรายงานว่าระบบคุณใช้ System Restore อย่างไรบ้าง (ดูตัวอย่าง ของผม) Used Shadow Copy Storage space: 14 MB Allocated Shadow Copy Storage space: 300 MB Maximum Shadow Copy Storage space: 7.389 GB มาทำความเข้าใจความหมายแต่ละตัวก่อน Used Shadow Copy Storage space: คือพื้นที่ System Restore ใช้อยู่จริงในปัจจุบัน (เพิ่มลดได้ขึ้นอยู่ที่คุณติดตั้งโปรแรกมมากน้อย) Allocated Shadow Copy Storage space: คือพื้นที่ระบบกำหนดให้ใช้ได้ ณ. ปัจจุบัน (เพิ่มลดได้ขึ้นอยู่กับ Used Shadow Copy Storage space) Maximum Shadow Copy Storage space: คือค่าที่ Vista ย่อมให้ใช้พื้นที่ทั้งหมดของ HD ที่จะทำ System Restore โดยปกติ Vista จะตั้งไว้ไม่เกิน 15% ของ HD ที่ Vista ติดตั้งอยู่ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 1 GB ซึ่งเจ้าตัวนี้แหล่ะที่คุณสามารถกำหนดเองได้ครับ
3.เมื่อพอรู้แล้วว่าแต่ละตัวของรายงาน (ข้อ 2) คืออะไร คราวนี้มาลงมือครับ คำสั่งที่จะใช้ได้แก่ vssadmin resize shadowstorage /for=[ForVolumeSpec:] /on=[OnVolumeSpec:] /maxsize=[MaxSizeSpec] ForVolumeSpec: คือ ชื่อไดร์ฟที่จะทำ System Restore ตัวอย่างนี้ได้แก่ C OnVolumeSpec: คือ ชื่อไดร์ฟที่จะใช้พื้นที่เก็บไฟล์ System Restore ตัวอย่างนี้ได้แก่ C (สามารถเก็บไว้ที่ไดร์ฟอื่นก็ได้ในกรณีมี HD หลาย ตัว) MaxSizeSpec คือ พื้นที่สูงสุดที่จะย่อมให้ System restore ใช้งาน
ตัวอย่าง (ของเครื่องผม) พิมพ์คำสั่งนี้ที่ DOS : vssadmin resize shadowstorage /On=C: /For=C: /Maxsize=3GB แล้วมาดูผลโดยการพิมพ์คำสั่ง vssadmin list shadowstorage ตรวจสอบดู จะเห็นว่ามันรายงานค่า Maximum Shadow Copy Storage space: เปลื่ยนไปตามที่คุณตั้ง Vista Tip #51 :สร้าง shortcut Network สไตล์ XP ใน Vista Shortcut icon ของ network ใน Vista มันไม่เหมื่อนเดิม อาจจะสร้างความลำบากให้แก่ผู้ใช้ XP มาก่อน เพราะใน Vista ไม่มีไอคอน My Network มาให้ใช้ ถ้ารู้สึกขัดใจ อยากให้มีเหมื่อน XP ก็สร้างมาเองได้ครับ 1. คลิกขวาที่ว่างๆ บน Desktop เลือก New > Short Cut 2. ที่ช่อง Type the location of the item: ให้พิมพ์คำสั่งตามนี้ %windir%system32ncpa.cpl คลิก Next 3. ที่ช่อง Type a name for this shortcut: ให้พิมพ์ว่า My Network คลิก Finish 4. ก็จะได้ไอคอนเอาไว้เรียก My Network ของคุณได้ แต่ถ้าไม่ชอบไอคอนที่ Vista ให้มาดูไม่สวยก็เปลื่ยนไอคอนได้ โดยให้คลิกขวาที่ไอคอนนี้ จะ มีหน้าต่าง Properties ของไอคอนออกมา ที่แท็บ Shortcut ให้คลิกที่ปุ่ม Change Icon... ก็จะมีไอคอนออกมาให้เลือกมากมาย เลือกได้ถูกใจแล้วก็คลิก OK ครับ
Vista Tip #52 :สร้างคำต้อนรับก่อน Logon ใน Vista ทุก ครั้งที่ Logon เข้า Vista จะมี screen แบบเรียบๆ ธรรมดาๆ คุณๆที่อยากให้เท่มีคำต้อนรับ หรือคำเตือนใจต่อผู้จะใช้เครื่องตอนช่วงก่อน Logon เข้าระบบคุณๆ ก็สามารถ ทำได้ง่ายๆ ไม่ยากครับ แค่ใช้ตัวช่วยได้แก่ Group Policy Editor 1.ให้พิมพ์คำว่า gpedit.msc ที่ Start search แล้ว Enter 2.ที่หน้าต่าง Group Policy Object Editor ให้คลิกที่เมนูตามนี้ Computer Configuration > Security Settings > Local Policies > Security Options มาถึงตรงนี้ให้ใช้เม้าส์ scroll down ที่ด้านขวาหารายการ Interactive logon: Message text for users attempting to log on และ Interactive logon: Message title for users attempting to log on ให้ เดับเบิลคลิกที่เมนูทั้งสองเพื่อใส่ message ตามที่คุณต้องการแล้วคลิก OK ปิด Group Policy Editor แล้ว Restart หรือ Log off มาใหม่คุณก็จะ เห็น Message ที่คุณทำไว้ Vista Tip #54 :เอา Control Panel มาใส่ที่หน้าต่าง Computer เพื่อ ความสะดวกเมื่อขณที่คุณอยูที่หน้าต่าง computer และจะทำการ Control Panel ไม่ต้องไปคลิกปุ่ม Start ให้เสียเวลา ผมทำให้มาอยู่รวมกันเลย เพียง แค่ก็อปปี้ scrip ข้างล่างไปปะที่ Notepad แล้วเซฟเป็นให้ชื่อว่า Control Panel.reg แล้วดับเบิลที่ไฟล์นี้ คลิก Yes และ OK เท่านี้ก็เรียบร้อย Windows Registry Editor Version 5.00 [HKEY_CLASSES_ROOTCLSID{1d6c6c6d-680e-4f50-a7a9-78a0a94c2c86}] @="Control Panel" "InfoTip"="Control Panel" "{305ca226-d286-468e-b848-2b2e8e697b74} 2"=dword:ffffffff "SearchHelper"="Control Panel" [HKEY_CLASSES_ROOTCLSID{1d6c6c6d-680e-4f50-a7a9-78a0a94c2c86}DefaultIcon] @="C:\Windows\System32\SHELL32.DLL 21" [HKEY_CLASSES_ROOTCLSID{1d6c6c6d-680e-4f50-a7a9-78a0a94c2c86}Shell] [HKEY_CLASSES_ROOTCLSID{1d6c6c6d-680e-4f50-a7a9-78a0a94c2c86}ShellOpen] [HKEY_CLASSES_ROOTCLSID{1d6c6c6d-680e-4f50-a7a9-78a0a94c2c86}ShellOpenCommand] @="C:\Windows\System32\control.exe" [HKEY_CLASSES_ROOTCLSID{1d6c6c6d-680e-4f50-a7a9-78a0a94c2c86}ShellFolder] "Attributes"=dword:00000100 "WantsFORPARSING"=""
Vista Tip #54 :เปิดขีดจำกัดการใช้ RAM ให้เกิน 4 GB ของ Vista 32bit ทิปนี้ สำหรับผู้ที่ต้องทำงานที่ต้องการพลัง RAM มากๆ และอัด RAM ในเครื่องเกิน 4 GB โดยปกติแล้ว Vista แบบ 32 bit จะมีขีดจำกัดการอ้างอิงการ ใช้ RAM ได้ไม่เกิน 4GB (64BIT จะอ้างอิงได้ 128 GB) ถ้าคุณอัด RAM เกินกว่า 4 GB Vista ก็จะไม่ใช้งานส่วนที่เกินทำให้เสียประโยชน์ ซึ่งตัวที่กำหนดใน Vista ก็คือฟังก์ ชั่นที่เรียกว่า PAE หรือ เรียกเต็มๆ ว่า Physical Address Extension ได้ตั้งค่า default ให้ Disable อยู่ ฉะนั้นเมื่อมันปิดอยู่ ก็เปิดให้ทำงานด้วยคำสั่ง DOS โดยให้เปิด หน้าต่าง DOS ออกมา แล้วพิมพ์ คำสั่งตามนี้ BCDEdit /set pae ForceEnable แล้ว Enter Vista ก็จะรับรู้การใช้ RAM เกิน 4 GB ได้ Vista Tip #55 :ตั้งเวลา Shutdown สำหรับ Vista แบบมืออาชีพ สำหรับ การสร้าง shortcut ให้เครื่อง shutdown เองอัตโนมัติ มีมาตั้งแต่ XP ซึ่ง ผมก็เคยลงทิปวิธีทำไปนานแล้ว ดังตัวอย่าง ให้คุุณพิมพ์ที่ command promt ว่า shutdown.exe /s /t 1000 (ตัวเลขเป็นวินาที) หรือสร้าง shortcut ที่มีรายระเอียดแบบนี้ แต่คุณจะทำแบบนี้กับ Vista ได้แต่ไม่เต็มที่เพราะใน XP จะไม่มี Limit ของเวลา แต่ของ Vista จะมีค่าสูงสุดของเวลาไว้ที่ 600 (10 นาที) จะตั้งให้เป็น 1 ชั่วโมงหรือ 2 ชั่วโมงไม่ได้ ด้วยวิธีแบบ XP ผมหาทางให้ทำได้ โดยใช้ Script VBS โดยให้คุณก็อปปี้ script ข้างล่าง ไปปะที่ notepad แล้วเซฟเป็นในชื่อ Shutdown.vbs เวลาใช้ก็ดับเบิลที่ไฟล์เมื่อ Script ทำงานจะมี หน้าต่างให้คุณ กรอกเวลาที่จะ Shutdown (เป็นวินาที) ได้ตามความต้องการ Set objShell = CreateObject("Wscript.Shell") strMsg = "Enter the shutdown timeout period (in Seconds)" iSec = trim(InputBox (strMsg "Shutdown timeout value by augie young (GoldGear50)" 1800)) if iSec = "" then wscript.quit if iSec > 600 then iSleep = int(iSec) - 600 iSleep = iSleep * 1000 WScript.Sleep iSleep objShell.Run "shutdown.exe /s /t 600" else objShell.Run "shutdown.exe /s /t " & iSec end If | |||||||||||||||||||
| | |||||||||||||||||||
| | |
|
|
เขตเวลาทั้งหมด GMT +7. โดยเวลาในขณะนี้คือ 01:25 PM.